

เอกวัฒน์ ทรานสปอร์ต
จาก 1 ถึง 300 ความสำเร็จ ผู้ขนส่งชิ้นส่วนยานยนต์
จาก 1 ถึง 300 ความสำเร็จของผู้ให้บริการงานขนส่งในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่เน้นการจัดการด้วยระบบ IT หลังบ้าน การจัดการเรื่องความปลอดภัย การบริการต้นทุนด้วยประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างโอกาสที่ดีเสมอในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า มีมาตรฐานในทุกระบบ
หนึ่งผู้ประกอบการขนส่งที่สร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจด้วยความเป็นมืออาชีพในการสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงให้องค์กรและเติบโตต่อเนื่อง ด้วยปรัชญาการบริหารที่แตกต่างและมองทุกสถานการณ์ด้วยความท้าทายในความสำเร็จ
“พัด เสามั้น” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกวัฒน์ ทรานสปอร์ต จำกัด กล่าวว่า เริ่มต้นทำธุรกิจให้บริการขนส่งมากว่า 20 ปี เริ่มต้นธุรกิจมาจากการเป็น Family Business มาก่อน สร้างตัวมาจากการขับรถบรรทุกของตนเอง ส่วนภรรยาทำงานโรงงาน ก่อนมาเริ่มธุรกิจเล็กๆ ทำขนส่งเริ่มจากรถคันเดียวขับรถเองก่อน ทำอยู่ 4-5 ปีเป็นรถบริการขนส่งส่วนบุคคล จากนั้นก็มาจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด เอกวัฒน์ ทรานสปอร์ต ก็มีโอกาสได้เข้าทำขนส่งให้กับธุรกิจขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์เข้าโรงงาน ตอนแรกก็ทำส่งชิ้นส่วนรถยนต์เล็ก มีรถตู้บรรทุก 4-5 คัน
ต่อมามีโอกาสขยายงานไปขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์กับทาง ISUZU โดยเป็น Sub ของเช้งเกอร์ไทยอีกทอดหนึ่ง ก็มาได้ทำระบบ Milk Run ในการขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์เข้าโรงงานของทาง ISUZU ก็เพิ่มรถจาก 10 คัน เป็น 20 คัน 30 คัน จนกระทั่งทุกวันนี้ที่มีรถกว่า 300 คัน และมีการขยายบริการเพิ่มในการขนส่งที่นอกเหนือจากขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์ ก็จะมีกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่หลักๆ ยังอยู่ในการขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์เข้าไลน์ประกอบ จนสำเร็จเป็นคันก็ให้บริการขนส่งรถสำเร็จรูปแล้วด้วย
“รถบรรทุกใน Fleet ที่ให้บริการขนส่งมีทั้ง 6 ล้อ 10 ล้อ และเทรเลอร์ แล้วก็ตัว Carrier ที่เป็นบรรทุกรถยนต์สำเร็จรูปประมาร 30 ชุด โดยเป็น Sub ให้กับทาง JWD Transport โดยวิ่งของ BMW และ ISUZU งานเหล่านี้จะเป็นงานวิ่งเข้า ส่วนงานวิ่งออกก็จะเป็น BYD ที่ขนส่งเข้าออกที่ท่าเรือเป็นหลัก งานเหล่านี้ประมาณ 70-80% ของพอร์ตบริการ”
เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นท่าพร้อมระบบทำให้ บริษัท เอกวัฒน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ถูกยกระดับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขึ้นมาอยู่ในมาตรฐานที่เป็นสากล นั่นการที่เป็นพาร์ทเนอร์กับทางเช้งเกอร์ ประสบการณ์ที่ล้ำค่าและได้มาจากการทำงานกับผู้บริหารญี่ปุ่นคือการที่ได้เรียนรู้ว่าการที่จะทำธุรกิจรถ 1 คัน จะต้องเรียนรู้จากทำระบบก่อน สร้างทีมก่อนทำงานหมายถึงการ Manage รถทั้งหมด ต้องบริหารจัดการตามต้นทุนที่ทาง Head Office จัดการให้
“เหมือนกับว่ารถต้นทุนต่อเที่ยว สมมุติรับงานมา 3,000 บาท เรากำหนดว่าต้นทุนเราอย่าให้เกิน 2,500 บาท มีค่าน้ำมัน ค่าคนขับรถ ค่ายาง ค่าประกัน ค่าบำรุงรักษา มีการกำหนดไว้หมดแล้ว เมื่อเราส่งต้นทุนตัวเลขกลับไปที่ทีมงาน Manage เรื่อง Fleet รถบรรทุก เขาจะต้องทำต้นทุนให้ตามนั้น แล้วก็จะมี data ส่งเข้ามาเป็นระบบ program ที่พัฒนาขึ้นมารองรับการจัดการทั้งระบบ ในรายละเอียดก็จะมีจำนวนรถ ยอดการใช้น้ำมัน และยอดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะมีข้อมูลรถแต่ละคันวิ่งเข้ามาในระบบ พัฒนาระบบ program ที่สร้างมาจากชีวิตจริงหรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระบบของคนทำรถขนส่ง”
บริษัทฯ ได้จ้าง ระบบ programmer มาเขียนระบบที่มีคนทำงานของบริษัทฯ เข้ามาร่วมในการแชร์ข้อมูลเพื่อให้เห็นภาพว่า Data แต่ละส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างและเชื่อมโยงกันอย่างไรทั้งระบบการทำงานขององค์กร เป็นกระบวนการทำงานที่ผู้บริหารเห้นภาพรวมตลาดเวลา ผู้บริหารหน่วยก็เห็นข้อมูลการทำงาน การจัดการหน่วยตนเอง เห็นประสิทธิภาพ เห็นการเลื่อนไหลของระบบการงาน การบริหารยอด การบริหารต้นทุน การบริหารการจัดการรถ การบริหารการจัดการเรื่องการวางบิลการจัดเก็บเงิน มีการผูกค่าใช้จ่ายเป็น data ในระบบทั้งหมด ทำให้รู้ต้นทุนทั้งหมด
“เมื่อเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาลูกค้าไป 4-5 วัน ก็จะเห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายที่สายงานเบิกจากสำนักงานไป เบิกไปใส่กับรถบรรทุกคันไหนก็คีร์ข้อมูลเข้าไปในระบบ ระบบก็จะเชื่อมกับ Data Center เราบริหารต้นทุนรถแบบคันต่อคัน พอสรุปเป็นเดือนก็จะข้อมูลออกมาเป็นรายคันว่ารถคันนี้เคยซ่อมเมื่อไหร่ มีแผน PM ชัดเจน ประกันภัยหมดอายุเมื่อไหร่ ทะเบียนหมดอายุตอนไหน เรามีรถของตัวใน Fleet 300 คัน แต่ที่เราเดินรถให้บริการอยู่ 400-450 คัน มาจากรถที่เข้ามาร่วมวิ่ง ”
ในเวลานี้งานขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์ลดลงมาเหลือประมาณ 60-70 % ของปริมาณปกติของ fleet รถ ยังไม่เต็ม 100% ถ้าทำเต็มประสิทธิภาพของ Fleet จะมียอดขายที่เป็นรายได้จากค้าบริการขนส่งประมาณเดือนละ 40 ล้านบาท รายได้หลักของบริษัทฯ อิงอยู่กับกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นหลักในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจจึงเติบโตตามภาวะของอุตฯ รถยนต์ แต่บริษัทก็มีทีมการตลาดในการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ที่สำคัญบริษัท เอกวัฒน์ ทรานสปอร์ต จำกัด มีเครดิตมาตรฐานการบริการที่ดี มีชื่อเสียงในระดับต้นๆ จึงได้รับการเชิญให้เข้าประมูลงานเสมอ
งานขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์เป็นงานทำ 24 ชั่วโมง ทีมงานต้องเชี่ยวชาญ ต้องส่งรายละเอียดเรื่องเวลาทุก 2 ชั่วโมงให้กับผู้ว่าจ้างว่ารถออกจากจุดกี่โมง ไปถึงที่รับของกี่โมง ออกจากลูกค้าที่ 1 กี่โมง ลูกค้าที่ 2 กี่โมง เป็นการวิ่งรถขนส่งชิ้นส่วนอะไหล่จากโรงงานต่างๆ ไปส่งเข้าโรงงานประกอบรถยนต์ จึงมีการคัดผู้ประกอบการขนส่งเป็นพิเศษโดยเฉพาะเรื่องของทีมงาน”
“ในการทำงานมีแผนฉุกเฉิน เมื่อเหตุเช่นรถเสีย หรือเกิดอุบัติเหตุ ก็จะมีทีมปฏิบัติการแผนที่ แผนที่ 2 ระบุไว้ว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร จะต้องแจ้งใครบ้าง มี Process ในการทำงาน ซึ่งอยู่ในระบบ Program การทำงานที่เราพัฒนาทั้งระบบ รวมทั้งมีแผนงานที่จะคอยเตือนเรื่องการบำรุงรักษารถ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนอะไหล่ การเปลี่ยนยาง ทุกอย่างมีการกำหนดตามรางไว้เพื่อให้รถขนส่งพร้อมต่อการปฎิบัติงาน เช่นกระณีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องระบบจะแจ้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนถึงรถยะการเปลี่ยนถ่าย ถ้าไม่มีการเปลี่ยนระบบก็จะปิดไม่ให้ใช้รถคันนี้เลย เป็นแผนงานที่เน้นการป้องกันการสูญเสียระหว่างทาง ในระบบ Program สามารถเช็กได้ว่ารถทั้งหมด เสียข้างทางกี่คัน กี่ครั้งใน 1 เดือน เพราะทุกอย่างอยู่ในแผนซ่อมบำรุงที่จะต้องทำ”
ในส่วนของการบริหารต้นทุนรถบรรทุก 6 ล้อ ที่มีการทำตู้พ่วง ในลูกค้าบางรายที่พื้นที่เข้ารับโหลดสินค้าเหมาะสมกับการปฏิบัติงานขนส่ง ลูกค้าสวามารถผลิตชิ้นส่วนได้ทันเวลาในการส่งมอบใน 2 ตู้ สมมุติถ้าต้นทุนตัวหัว 4,000 บาท ต้นทุนตัวหางก็จะคิดบริการที่ 70% ในส่วนของรถผู้ขนส่งเองต้นทุนก็ไม่ได้เพิ่มมาก เป็นตัวที่สร้างกำไรให้บริษัทฯ ที่ดี กลุ่มนี้ประมาณ 20-30% ของกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการอยู่ทั้งหมด
“ต้นทุนรถบรรทุก 6 ล้อพ่วงจะถูกกว่าเมื่อเทียบกับรถบรรทุก 10 ล้อ โดยที่จำนวนน้ำหนักการบรรทุกใส่ได้เท่ากัน”
งานหลักๆ ของบริษัท เอกวัฒน์ ทรานสปอร์ต จำกัด จะวิ่งตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆรอบๆปริมณฑลและภาคตะวันออกที่เป็นแห่ล่งโรงงานรถยนต์ มีฐานปฏิบัติการใหญ่ที่พื้นที่ระยอง
